eng

ไทย

 

 

ประวัติ

 

บรรดาคริสเตียนชาวต่างประเทศได้รับอนุญาติให้นมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นเวลาเกือบ500ปีมาแล้ว ชาวต่างประเทศกลุ่มแรกที่ได้รับอนุญาติ ก็คือ ชาวโปรตุเกสผู้ซึ่งเข้ามาทำการค้าขาย  กับกรุงศอยุธยา  และก็ได้เข้ามาตั้งรกรากนอกเมืองกรุงศรีอยุธยา เมื่อต้นศตวรรษที่ 16 เราสามารถดูซากโบสถ์ ของคริสเตียนนิกาย โรมันคาทอลิก 3 แห่ง และ สุสานฝังศพ  1 แห่ง  ได้ในปัจจุบัน

กรุงศรีอยุธยาได้ถูกทำลาย เมื่อปี ค.ศ. 1767และต้องใช้เวลาประมาณ90ปีเพื่อที่จะให้ชาวตะวันตกเข้ามาตั้งรกรากและติดต่อทำมาค้าขายอีกครั้งโดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 4 (ค.ศ. 1851 – 1868)ได้ทรงเปิดประเทศต้อนรับพวกเขา    ได้มีมิชชันนารี ทั้งนิกาย โปรแตสแตนท์ และนิกาย โรมันคาทอลิก  เข้ามาในประเทศสยามอีกครั้ง  พวกเขาได้เข้ามาทำงานในหมู่ชาวไทย และชาวจีน ผู้ซึ่งมิได้ขัดขวางงานของพวกเขา บรรดามิชชันนารีเหล่านั้นได้เข้ามาสร้างโรงเรียน และโรงพยาบาลต่างๆ  ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงเปิดทำการในหมู่ชาวไทย  โดยเป็นที่รู้จักกันอย่างดี   มีคริสตจักรนิกาย โรมันคาทอลิก มากหลายแห่งด้วย  มีสุสานโปรเตสแต้นท์  (ค.ศ. 1853)  ซึ่งก็ยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน   แต่ยังไม่มีการสร้างคริสตจักร นิกาย โปรเตสแต้นท์ แต่อย่างใด  แต่ว่าบรรดาคริสเตียนนิกาย โปรเตสแต้นท์  เหล่านั้น  ได้จัดตั้งสถานที่นมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้า  อย่างไม่เป็นทางการขึ้นที่บ้านของบรรดามิชชันนารีชาวอเมริกัน

 โบสถ์เล็กริมแม่น้ำ

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ปี ค.ศ. 1861   กลุ่มคริสเตียนที่ไม่ใช่นิกาย โรมันคาทอลิก  ได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4  เพื่อทูลขอที่ดินเปล่าเพื่อสร้างคริสตจักรของพวกเขา

 

อนุสาสกที่โบสถ์เล็กริมแม่น้ำ

 

1864-1892 มิชชั่นนารีชาวอเมริกัน

 

1894-1900 W.G.Greenstock (อนุสาสก)

 

1900-1901 มิชชั่นนารีคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียน

 

1901-1902 W.H.Robins (อนุสาสก)

 

1902-1903 มิชชั่นนารีคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียน

 

1903-1905 H.de Courcy Blakeney (อนุสาสก)       

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 1861  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 4   ได้พระราชทานที่ดินข้างแม่น้ำแปลงหนึ่งให้แก่ ชุมชนชาวต่างประเทศผู้ซึ่งเป็นผู้เชื่อในนิกาย โปรเตสแต้นท์   แต่รัฐบาลอังกฤษได้แจ้งมาว่า  พวกเขายินดีจะจ่ายเงินให้  ถ้าหากว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานสิทธิแก่พวกเขาในการดูแล และ บริหารตัวอาคาร

บรรดาผู้เชื่อกลุ่มเล็กในนิกาย โปรเตสแต้นท์ นี้ (หรือเราสามารถเรียกว่า คริสตจักรอังกฤษ)  ได้เปิดสถานนมัสการขึ้น  เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1864  ผู้เทศนาในวันนั้น คือ ศาสนจารย์ สตีเฟ่น แมททูน (Revd. Stephen Mattoon)  คณะ เพรสบีทาเรียน  นิกาย โปรเตสแต้นท์    

ศาสนจารย์  แคนนอน  วิลเลียม  กรีนสต็อค(Canon William Greenstock)  ได้เข้ามารับหน้าที่  อนุสาสก  เมื่อเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 1894   โดยได้รับการช่วยเหลือจาก คณะผู้ประกาศพระกิตติคุณ  (Society for the Propagation of the Gospel in Foreign Parts (SPG))

ได้มี พิธียืนยันความเชื่อ(confirmation) เป็นครั้งแรกภายในตัวโบสถ์  เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1896   นำโดย ศาสนาจารย์อาวุโส  จอร์จ  เฟรเดอริก โฮส (Rt. Revd. George Frederick Hose)  บิชอปแห่งสิงคโปร์  ลาบวน และ ซาราวัค

เมื่อวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 1904   พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5  ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ขายที่ดินเก่าติดแม่น้ำนั้นไป  และได้พระราชทานที่ดินใหม่ซึ่งติดถนนสาทรเหนือในปัจจุบัน  เพื่อที่จะสร้างตัวอาคารคริสตจักรใหม่   ขั้นตอนการก่อสร้างตัวอาคารหลังใหม่ได้รับการเห็นชอบโดย คณะกรรมการคริสตจักร

 คริสตจักรไคร้สตเชิช

ได้มีการถวายอาคารคริสตจักรนี้ให้แก่องค์พระผู้เป็นเจ้าเมื่อวันที่ 30 เมษายน  ปีค.ศ. 1905 อนุสาสก ศาสนาจารย์ เอช. เดเคอร์ซี เบลคนีย์ (Revd.H.de Courcy Blakeney) ได้เริ่มเข้ามานำนมัสการทุกวันอาทิตย์  โดยมีแคนนอน  วิลเลียม  กรีนสต็อค (Canon William Greenstock) แห่งคณะมิชชั่น SPG และ ศาสนาจารย์ เจ. คาริงตัน (Revd. J. Carrington)  ผู้ซึ่งเป็น เลขานุการ แห่ง สมาคมพระคริสตธรรมอเมริกัน  ได้เข้ามาช่วยท่านอนุสาสกท่านนี้นำนมัสการ    

 

อนุสาสกที่คริสตจักรไคร้สตเชิช

 

1905-1907 H.de Courcy Blakeney

1908-1920 Dr H.J.Hillyard

1920-1921 C.R.Simmons

1921         F.Dowland Ryan

1922-1932 C.R.Simmons

1932-1935 E.Edwards

1935-1940 C.W.Norwood

1940-1941 C.G.Eagling

1941-1945 อนุสาสกถูกจับไปคุมขังในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

1945-1946 อนุสาสกจากกองทัพอังกฤษ

1946-1951 C.G.Eagling

1951-1955 W.H.Fowke

1955-1958 J.L.Gilmour

1958-1962 E.J.Pulman

1962-1963  เป็นช่วงที่คริสตจักรขาดอนุสาสก  สำนักงานเขตปกครองแองกลิกันจึงส่งผู้แทนมาดูแลเป็นการชั่วคราว

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1937  รัฐบาลอังกฤษได้ประกาศยกเลิกการดูแลจัดการคริสตจักรไคร้สตเชิชนี้

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2  ได้มีการกักบริเวณอนุสาสกของคริสตจักรไคร้สตเชิชนี้   ดังนั้นชุมชนชาวสแกนดิเนเวียได้เข้ามาทำหน้าที่ต่างๆของคริสตจักรนี้แทนเขาที่ถูกจับตัวไป

ได้มีการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม  ปี ค.ศ. 1955 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  รัชกาลที่ 9  ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ส่งหนังสือแสดงความยินดีแก่บรรดาคริสเตียนเนื่องในโอกาสมงคลครบรอบการก่อตั้งมาครบ 50 ปีนี้ด้วย    ทางคริสตจักรได้มีการจัดพิมพ์หนังสือที่ระลึกเนื่องในโอกาสอันดีนี้ด้วย

 ในปี ค.ศ.  1956  ได้มีการนมัสการที่เมือง ไซ่ง่อน”,  พนมเปญ และ เวียงจันทน์  ขึ้นด้วย  ซึ่งขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้นำว่าจำเป็นหรือไม่ 

 คริสตจักร แองกลิกัน

ในปี ค.ศ. 1963 ศาสนาจารย์ เจ.อี. อายเอิร์นซายด์ (Revd. J.E. Ironside)  ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ศิษยาภิบาล ของคริสตจักรไคร้สตเชิช

 

ศิษยาภิบาลที่คริสตจักรไคร้สตเชิช

 

1963-1966 J.E.Ironside

 

1966-1971 D. N.Bowers

 

1971-1973 P.D.Kingston

 

1973-1981 Canon John Taylor, O.B.E.

 

1982-1984 Ian Bull

 

1984-1986 ช่วงที่คริสตจักรขาดอนุสาสก - John Morrett (ศิษยาภิบาลรักษาการ)

 

1986-1995 Canon Dr Monty Morris

 

1995-1997 Bruce McNab

 

1998-2004 Stephen Gabbott

 

2004-2005 Andrew Dircks

 

2005-2006 Stephen Gabbott (ศิษยาภิบาลรักษาการชั่วคราว)

 

2006-        Peter Cook

สภาที่ปรึกษาแห่งคณะ แองกลิกัน (Anglican Consultative Council)  ได้แจ้งมาให้บรรดาผู้นำของคริสตจักรไคร้สตเชิช  ไปเริ่มทำการช่วยเหลือ และดูแลชาวกะเหรี่ยงพลัดถิ่นด้วย เมื่อ ปี ค.ศ.  1982

ศาสนาจารย์ มอนตี้ มอร(Revd. Monty Morris) ได้ริเริ่มที่จะก่อตั้งการนมัสการภาคภาษาไทยขึ้น  โดยให้ ศาสนาจารย์ เจอรี่ คู (Revd. Gerry Khoo) และภรรยา โดโรธี (Dorothy) มาสานต่องานนี้    เขาทั้งสองได้มาถึงกรุงเทพฯเมื่อเดือน ตุลาคม ปีค.ศ. 1991

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม  ปีค.ศ. 1997  ที่ประชุมสามัญประจำปี ได้มีมติเป็นเอกฉันท์รับรองกฎระเบียบสูงสุดของคริสตจักรไคร้สตเชิช

เมื่อปี ค.ศ. 1998 ศาสนาจารย์ สตีเฟ่น แก็บบ็อต (Revd. Stephen Gabbott)  ได้รับการคัดเลือกให้เป็น ศิษยาภิบาล แห่งคริสตจักรไคร้สตเชิช นี้  และในปีเดียวกันนี้เอง  ทัศนคติของคริสตจักรได้มีการเปลี่ยนแปลงจาก “broad church”เป็นconservative Evangelical     

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ปีค.ศ. 2005 ทางคริสตจักรฯ ได้จัดงานฉลอง 100 ปีที่ระลึกแห่งการสร้างตัวอาคารหลัก ณ ที่ดินปัจจุบัน (ถนน คอนแวนต์ / ถนน สาทรเหนือ) นี้  ตลอดจนได้มีการตีพิมพ์หนังสือ ที่ระลึก 100 ปี แห่งการเริ่มนมัสการ ณ ที่ดินผืนปัจจุบัน ขึ้น

คริสตจักรแองกลิกันในประเทศไทย

คริสตจักรแองกลิกันในประเทศไทยได้ทำการจดทะเบียนกับสหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ. 1994

 

 

คริสตจักร แองกลิกัน ในประเทศไทย / คภาษาไทย

 

1991-2003  เจอรัล(เจอรี่)ดู

 

2004-        ยี ชิงวา      

 

คริสตจักรไคร้สตเชิช สาขา บ้านฉางก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1996

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมชื่อว่า เรนโบว์แลนด์  ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1998 ในบริเวณที่พักอาศัยเก่าของผู้นำคริสตจักรไคร้สตเชิช

คริสตจักรไคร้สตเชิช  สว่างแดนดิน  ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1999

 คริสตจักรได้ขยายไปสู่จังหวัดนครราชสีมา (โคราช) เมื่อปี ค.ศ. 2002

บรรณานุกรม

W.H.Fowke, “A Century of Worship, 1864-1964”, Christ Church Bangkok, 1964

Christ Church, “A Prayer Book for Thailand”, Christ Church Bangkok, 1989

Peter Norman, "Spiritual Oasis", Christ Church Bangkok, 1994

สมาชิกคริสตจักรไคร้สตเชิช กรุงเทพฯ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน "100 ปี ร้อยดวงใจเป็นหนึ่งเดียว" คริสตจักรไคร้สตเชิช กรุงเทพฯ 2005

สำหรับความเป็นไปของคริสตจักรไคร้สต์เชิชในปัจจุบัน  กรุณาคลิกที่(ภาษาอังกฤษ) www.christchurchbangkok.org สำหรับภาษาไทย กรุณาคลิกที่ www.thaianglican.org.